‘K-dle’ วัสดุกันกระแทกทดแทนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว
7 ก.ค. 2569



‘K-dle’ วัสดุกันกระแทกทดแทนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสุรานารี ชูผลงาน ‘K-dle’ วัสดุกันกระแทกจากยางพารา ลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และลดการใช้พลาสติกและโฟมที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง

      นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อวดผลงานวิจัยในงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 ผลงาน “นวัตกรรมเกษตรยั่งยืน จากทรัพยากรเกษตรสู่วัสดุมูลค่าสูงและการใช้งานจริง” สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

รศ.ดร.ตติยา ตรงสถิตกุล นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สาขาวิศวกรรมโพลีเมอร์ เล่าเรื่องราวของ K-dle ที่เพิ่งคว้ารางวัล Eco-friendly – Thai Packaging Design Association (Thai PDA) ว่า “K-dle มาจาก Cradle (เปลเด็ก) เป็นวัสดุกันกระแทกผลิตจากยางพาราที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เริ่มมาจากโจทย์ที่ได้มาตั้งแต่ปี 2018 ว่าให้หาทางช่วยเกษตรกรไทย เวลาส่งสินค้าไปยุโรปเพราะเขาจะเลิกใช้พลาสติกแล้ว ซึ่งถ้าไม่ใช้วัสดุกันกระแทกเวลาขนส่งจะทำให้เกิดการกระแทก สินค้าการเกษตร ผัก ผลไม้ ช้ำถึง 30% เมื่อคิดว่าเกษตรกรไทยทุ่มเวลาปลูกพืชผล พอส่งไปขายเดินทางไปด้วยเครื่องบินหรืออะไรก็แล้วแต่ สินค้าเสียไปถึง 30%กำไรที่ควรได้ก็เสียไป” โจทย์มีมาหลายปีแต่ติดช่วงโควิด ประกอบกับใช้เวลาพัฒนา 4-5ปี ได้เป็นบรรจุภัณฑ์ป้องกันการกระแทก และต้องมีความยั่งยืน นักวิจัยจึงคิดถึง “ยางพารา”


วัสดุกันกระแทกจากยางพารา
 “พวกวัสดุกันกระแทกที่ทำจากโฟมพลาสติก ยุโรปห้ามใช้ เป็นประเทศแรก ๆ ที่บังคับห้ามใช้พลาสติก ภายในเวลาอีกไม่นานต้องไม่มีพลาสติกแล้ว ซึ่งถ้าเราผลิตได้จะเป็นประโยชน์กับคนไทยด้วย เพราะกฎหมายยุโรปใกล้จะออกมาแล้ว เราจึงควรเปลี่ยนถ่ายหรือลดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก

เราคิดถึงต้นทางคือยางธรรมชาติ ปลูกซ้ำได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้นยางพาราสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย เรากรีดน้ำยางมาใช้ไม่ได้ตัดต้นไม้ ประสิทธิภาพดีกว่าพลาสติก 20%ลดรอยช้ำได้มากกว่า 20% ใช้ซ้ำได้ 20 รอบ 

ใช้เสร็จถ้าต้องการทำลายง่ายนิดเดียว เอาไปตากแดดแล้วจะย่อยสลายภายใน 2 สัปดาห์ พอโดนแดดจะค่อย ๆ เหลือง ค่อย ๆ กรอบ พอ 2 สัปดาห์ก็เป็นขุย กลายเป็นอาหารดิน”


วงจรชีวิตของ K-dle กลับคืนสู่่ธรรมชาติ
พลาสติกหรือโฟมที่ห่อหุ้มผักผลไม้ ราคาถูกมากราว 50สตางค์ แต่วัสดุที่นักวิจัยคิดค้นนั้น ราคา 2 บาท แต่นักวิจัยคำนวณต้นทุนมาให้แล้วว่าใช้ดีกว่า คุ้มกว่า แม้ราคาแพงกว่าในตอนแรก
 “เพราะพลาสติกใช้แล้วทิ้ง เขาไม่เก็บมาใช้ซ้ำ หรือพอใช้แล้วมันยืดหรือขาดก็ใช้อีกไม่ได้ แต่วัสดุจากยางพาราใช้ได้ 20ครั้ง จึงเหลือแค่ชิ้นละ 10 สตางค์ เราถูกกว่า แต่ประเด็นคือเราต้องสร้างระบบให้เอากลับมาใช้ได้ กำลังคิดถึงระบบคืนขวดน้ำ

 ยางพาราธรรมชาติผลิตจากน้ำยาง ลดการพึ่งพาปิโตรเลียม ใช้ซ้ำได้หลายครั้ง ย่อยสลายง่ายไม่กลายเป็น “ไมโครพลาสติก”

 “แผ่นยางทำแบบทึบหรือโปร่งได้ ทำลวดลายได้ หนาบางได้ เช่นลายดอกไม้ ลายเหรียญมงคลของจีน ลายเหมือนคลื่นญี่ปุ่น ลายนี้เราทำตอนนำเสนอผลงานให้เกษตรกรที่เขาบอกว่าจะไปห่อเมลอนส่งไปญี่ปุ่น เมลอนลูกละสองพันสี่น่าจะห่อให้ดูสวยงาม ชื่อ K-dle เกษตรกรบอกว่าเหมือนเปลเด็กเลยนำมาเป็นชื่อแบรนด์ ใช้ห่อผลไม้เช่นมะม่วงซึ่งต้องการโชว์ด้านหน้าของผลไม้”


ห่อขวดไวน์ดูหรู
ผลไม้ไทย ไวน์ เครื่องดื่ม เครื่องหอม จนถึงดอกไม้สดจะได้รับการโอบอุ้มอย่างอ่อนโยนในวัสดุกันกระแทกลวดลายสวย

“เราทำงานร่วมกับผู้ประกอบการ เช่น สวนราเชนที่ราชบุรี สวนที่สระแก้ว ช่วยกันพัฒนาเพราะเราทำไปก็ไม่รู้หรอกว่าคนใช้งานอยากได้แบบไหน ตอนแรกทำทรงกระบอกไปเขาบอกไม่อยากได้ บอกอีกว่าไม่เคยอยากได้แต่ไม่เคยมีทางเลือก” นอกจากนี้ดีไซน์ของลวดลายไม่เหมือนพลาสติกทั่วไป และจะพัฒนาต่อไปเพื่อตอบโจทย์การใช้งานได้จริง “ตอนนี้ราคา 2 บาท จะแข่งขันกับพลาสติกได้ก็ต่อเมื่อปริมาณการใช้งานสูงขึ้นเลยต้องขยายสเกล ขณะเดียวกันก็ออกงานให้คนรู้จักมากขึ้น ได้รางวัลมาจากหลายสถาบัน ประกวดที่เจนีวาผลตอบรับดีมาก คุยกับเยอรมนีเขาบอกว่ายอมซื้อที่ 1 ยูโร เราคิดว่าจะขอทุนเพื่อทำเรื่องขยายสเกลให้ผลิตจำนวนมากเพื่อราคาต้นทุนที่ถูกลง จดอนุสิทธิบัตรแล้ว กำลังตั้งบริษัทสตาร์ทอัพเพื่อพัฒนาการผลิตเพิ่มขึ้น” 

K-dle ได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากหลายสถาบัน ได้แก่

2006 – Winner Price : Eco Friendly Category, Thai Packaging Design Association (Thai PDA)

2026 – Silver Medal, International Exhibition of Inventions Geneva

2026 – Special Award, Indonesian Invention and Innovation Promotion Association (INNOPA)

2026 – Honorable Mention Award, National (NRCT) Award (Startup)

2025 – Excellent Eco-Design Award, Eco-Design Sparkling Innovation Award (Startup Category), GIZ Thailand

#K-dle #วัสดุกันกระแทกจากยางพารา #นักวิจัย #มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ #มหาวิทยาลัยสุรนารี #บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม