ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
15 มี.ค. 2559



ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี                  

วันที่มีมติ ๑๕/๐๓/๒๕๕๙

ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง นร

    ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการ ดังนี้ 

              ๑. ด้านความมั่นคง ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเร่งดำเนินการรักษาความสงบเรียบร้อยโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ความสำคัญกับการแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายใน ๖ เดือน
               ๒. ด้านเศรษฐกิจ
                   ๒.๑ มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และสำนักงบประมาณ เร่งพิจารณาจัดทำมาตรการ/โครงการเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในระดับท้องที่ตามแผนของจังหวัดและอำเภอ โดยพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่ออุดหนุนให้เกิดการสร้างงานและนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
                   ๒.๒ ให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานหลักหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เพื่อพิจารณากำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น การให้สิทธิประโยชน์ทางการลงทุนเพิ่มเติม การผ่อนปรนหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งรถยนต์ การยกเว้นภาษีศุลกากรและภาษีสรรพสามิตของชิ้นส่วนสำคัญที่ใช้ในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้เป็นอุตสาหกรรมใหม่ และรักษาสถานะของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของภูมิภาค
                   ๒.๓ ให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณากำหนดแนวทางในการสนับสนุนให้ภาคเอกชนรับซื้อยางพารามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อยกระดับราคายางพาราให้ได้ราคาตามเป้าหมาย 
                   ๒.๔ ให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรม
                   ๒.๕ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงมหาดไทยพิจารณากำหนดแนวทาง
การขยายพื้นที่เพาะปลูกและเพิ่มผลผลิตมะพร้าวในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ เพื่อป้องกันไม่ให้ประสบภาวะการขาดแคลนผลผลิตมะพร้าวในอนาคต                ๓. ด้านสังคม ให้กระทรวงแรงงานและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมกันพิจารณาแนวทางเพื่อสนับสนุนให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศในการได้รับโอกาสเข้าทำงาน รวมทั้งการกำหนดชั่วโมงทำงาน ความก้าวหน้าในการทำงาน และการประเมินผลการทำงานด้วย
               ๔. ด้านการต่างประเทศ ให้กระทรวงการต่างประเทศประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมใน
การที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกลุ่ม ๗๗ ว่าด้วยการลงทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (G77 Meeting on Investment for Sustainable Development) ในวันที่ ๔-๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะการพัฒนาความร่วมมือส่งเสริมการลงทุนระหว่างประเทศ
               ๕. ด้านการบริหารราชการแผ่นดินและอื่น ๆ
                   ๕.๑ มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรายงานผลการดำเนินการของคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูป
การบริหารราชการแผ่นดินแต่ละคณะให้นายกรัฐมนตรีทราบทุกเดือน
                   ๕.๒ ให้กระทรวงการคลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาหาแนวทางในการนำสินทรัพย์ของหน่วยงานที่อยู่ระหว่างการบริหารจัดการทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว มาใช้ประโยชน์ในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล เช่น สินทรัพย์ของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
                   ๕.๓ ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการก่อสร้างฝายกักเก็บน้ำขนาดเล็กโดยเฉพาะในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ทั้งนี้ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๙
                   ๕.๔ ให้กระทรวงกลาโหมจัดหน่วยทหารในพื้นที่ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง
                   ๕.๕ ให้ทุกส่วนราชการพิจารณาดำเนินการจัดให้มีมาตรการคัดแยกขยะอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถนำขยะบางประเภทกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) หรือใช้ประโยชน์อื่นได้ โดยดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๙


-------------------------
ที่มา: สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
        http://www.cabinet.soc.go.th