เรื่อง ขออนุมัติกรอบแนวทางการแก้ไขปัญหายางพาราเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรยางพาราเป็นกรณีเร่งด่วน
วันที่มีมติ ๑๒/๐๑/๒๕๕๙
ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง นร
คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้
๑. เห็นชอบในหลักการกรอบแนวทางการแก้ไขปัญหายางพาราเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรยางพาราเป็นกรณีเร่งด่วน ตามที่รองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) รองประธานกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ ๕ (ด้านความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ การเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเรื่องที่เป็นวาระเร่งด่วน และการแก้ไขปัญหาการดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ) เสนอ ดังนี้
๑.๑ มอบหมายให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพร่วมกับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ส่วนราชการหรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย ฯลฯ ตรวจสอบคัดกรองเกษตรกรยางพาราที่จะให้ความช่วยเหลือให้ชัดเจน
๑.๒ กำหนดกรอบวงเงินในการให้ความช่วยเหลือให้เหมาะสมกับยางแต่ละประเภท เช่น ยางแผ่นรมควันชั้น ๓ ยางแผ่นดิบ น้ำยางสด ยางก้อนถ้วย ยางแท่ง เป็นต้น ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดต้นทุนราคายางแผ่นรมควันชั้น ๓ กิโลกรัมละ ๖๔.๒๑ บาท
๑.๓ คณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาราคายางพาราเพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกช่วยเหลือเกษตรกรยางพารา เป็นกรณีเร่งด่วน จะเป็นหน่วยบริหารจัดการกลางในการประสานไปยังส่วนราชการและหน่วยงานภาครัฐ ที่มีงาน/โครงการต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งจะต้องนำยางไปเป็นส่วนประกอบหลักหรือส่วนผสม เช่น การสร้างถนน สนามกีฬา ถนนสำหรับรถจักรยาน ๒ ล้อ การปูพื้นกันซึม/รั่วของสระน้ำ/อ่างเก็บน้ำ ถุงมือยาง หุ่นหรืออวัยวะประกอบการเรียนการสอนทางการแพทย์/พยาบาล ฯลฯ เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ยาง
๑.๔ ราคาที่เหมาะสมในการรับซื้อยางแผ่นรมควันชั้น ๓ ครั้งนี้ไม่ควรเกินกิโลกรัมละ ๖๐ บาท หรือตันละ ๖๐,๐๐๐ บาท สำหรับในช่วงฤดูก่อนการปิดกรีด สามารถประมาณการผลผลิตยางในตลาดได้ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ตัน ในเบื้องต้นรับซื้อในปริมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ใช้วงเงินรองรับการดำเนินการดังกล่าว รวมเป็นเงิน ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท
๒. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ (องค์การคลังสินค้า) การยางแห่งประเทศไทย พิจารณากำหนดปริมาณ ระดับราคารับซื้อ กรอบวงเงิน และมาตรการที่เหมาะสม รวมทั้งให้สำนักงบประมาณพิจารณากรอบงบประมาณ และให้กระทรวงการคลังพิจารณากำหนดมาตรการสนับสนุน แล้วเสนอให้คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ ๕ พิจารณาต่อไป หากจำเป็นต้องเสนอคณะรัฐมนตรี ให้คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ ๕ เป็นผู้พิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
-------------------------
ที่มา: สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
http://www.cabinet.soc.go.th