ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
29 ธ.ค. 2558



ข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี                  

วันที่มีมติ ๒๙/๑๒/๒๕๕๘

ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง นร

    ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการ ดังนี้ 

              ๑. ด้านเศรษฐกิจ
                   ๑.๑ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ 
ให้กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนเกี่ยวกับรถประจำทางขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า ทั้งนี้ ให้นำเสนอผลการศึกษาต่อนายกรัฐมนตรีภายใน ๓ เดือน นั้น ให้หน่วยงานข้างต้นร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการตามข้อสั่งการดังกล่าว รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาให้รถสามล้อเครื่อง (รถตุ๊กตุ๊ก) สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าต่อไปด้วย
                   ๑.๒ ให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งสำรวจความต้องการใช้ยางพาราในการปูพื้นสนามฟุตซอลของสถานศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในประเทศ และให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ยางพาราให้แพร่หลาย เช่น สนับสนุนมาตรการทางภาษีและเงินทุนให้ผู้ประกอบการที่ผลิตยางพาราแปรรูปที่มีความต้องการขยายเครื่องจักรที่ใช้แปรรูปยางพารา ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในปี ๒๕๕๙
                   ๑.๓ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์และสร้างแรงจูงใจให้ทุกภาคส่วนเพิ่มปริมาณการใช้แก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลในเครื่องมือต่าง ๆ เช่น เครื่องเกี่ยวข้าว เครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม รถโดยสารต่าง ๆ ในปี ๒๕๕๙ โดยอาจพิจารณากำหนดมาตรการทางภาษีเพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว
               ๒. ด้านการต่างประเทศ ให้ทุกส่วนราชการจัดทำแผนการดำเนินการในประเด็นที่ได้รับมอบหมายตามความตกลงหรือความร่วมมือระหว่างประเทศที่ไทยได้มีการลงนามไปแล้ว โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศเป้าหมายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ (ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๕๘) โดยแบ่งเป็น ๒ ระยะ คือ ในช่วงเวลาที่เหลือของการบริหารราชการแผ่นดิน (ถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๐) และช่วงเวลา/เรื่องที่ต้องส่งต่อให้รัฐบาลชุดต่อไปดำเนินการ ทั้งนี้ ให้กระทรวงการต่างประเทศรวบรวมเสนอนายกรัฐมนตรีโดยด่วนต่อไป
               ๓. ด้านการบริหารราชการแผ่นดินและอื่น ๆ
                   ๓.๑ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ 
ให้ทุกส่วนราชการเร่งรัดการจัดทำแผนปฏิบัติการและประเด็นภารกิจสำคัญสำหรับส่งต่อรัฐบาลต่อไปตามกรอบระยะเวลา (Roadmap) การบริหารราชการแผ่นดินและการปฏิรูปประเทศของรัฐบาล นั้น ให้ทุกส่วนราชการดำเนินการเพิ่มเติมโดยจัดทำเป็นเอกสารสรุปแผนปฏิบัติการในช่วงที่เหลือของการบริหารราชการแผ่นดิน (ถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๐) ในรูปแบบที่กระชับและเข้าใจง่ายภายใน ๑ หน้ากระดาษ และส่งให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีรวบรวมเพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีภายในเดือนมกราคม ๒๕๕๙
                   ๓.๒ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ เร่งรัดให้กระทรวงมหาดไทยจัดทำฐานข้อมูลของประชาชนแต่ละกลุ่มเพื่อนำมากำหนดแนวทางการดูแลความเป็นอยู่และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเชื่อมโยงกับข้อมูลทะเบียนราษฎร์ โดยพิจารณาให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างส่วนราชการไปบางส่วนแล้ว นั้น ในระยะต่อไปให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในการนำฐานข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นข้อมูลสนับสนุนการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น การบริหารจัดการน้ำ การช่วยเหลือภาคการเกษตร การส่งเสริมการลงทุน การสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในเดือนมีนาคม ๒๕๕๙
                   ๓.๓ ให้ทุกส่วนราชการพิจารณาสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการและผู้สูงอายุ เช่น ทางลาดเพื่อขึ้น-ลงอาคาร และให้ปรับแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อดำเนินการดังกล่าวโดยคำนึงถึงความประหยัด ความคุ้มค่า และความมีประสิทธิภาพ รวมทั้งให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจาาณากำหนดหลักเกณฑ์การออกแบบอาคารเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการและผู้สูงอายุ โดยกำหนดให้เป็นเงื่อนไขในการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ทั้งนี้ ให้เร่งดำเนินการให้มีผลบังคับใช้ภายในปี ๒๕๖๐
                   ๓.๔ ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ (๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘) อนุมัติให้หน่วยงานของรัฐซึ่งมีผู้ปฏิบัติงานตั้งแต่ ๑๐๐ คนขึ้นไปรับคนพิการที่สามารถทำงานได้เข้าทำงานในอัตราที่เหมาะสม ตามมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พิจารณากำหนดเป้าหมายการรับคนพิการเข้าทำงานในแต่ละภาคส่วนให้ชัดเจน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการขอความร่วมมือจากสถานประกอบการของภาคเอกชนในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อไป
                   ๓.๕ ให้ทุกส่วนราชการจัดทำทะเบียนรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันระดับชาติและระดับนานาชาติประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศิลปวัฒนธรรม วิชาชีพเฉพาะทางในสาขาต่าง ๆ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนกลุ่มบุคคลดังกล่าวโดยอาจสนับสนุนทุนสำหรับขยายกิจการหรือสนับสนุนมาตรการทางภาษีต่อไป
                   ๓.๖ ให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำหนังสือประมวลพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนน้อมนำเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำรงชีวิตต่อไป และให้กระทรวงการต่างประเทศเผยแพร่ไปยังต่างประเทศต่อไปด้วย
                   ๓.๗ ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการขุดลอกคูคลองทั่วประเทศ โดยเฉพาะการกำจัดวัชพืชในแหล่งน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม ๒๕๕๙


-------------------------
ที่มา: สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
        http://www.cabinet.soc.go.th