เรื่อง การแก้ไขปัญหาการชุมนุมของเกษตรกรสวนยางพาราในพื้นที่ภาคใต้
วันที่มีมติ ๑๗/๐๙/๒๕๕๖
ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง นร๐๔
คณะรัฐมนตรีมีมติ ดังนี้
๑. รับทราบตามที่พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติรายงานว่า ตามที่ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราระหว่างผู้แทนภาครัฐ และภาคีเครือข่ายเกษตรกรสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันในวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ กลุ่มเกษตรกรสวนยางพาราในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชที่ยังมีความไม่พอใจได้ปิดเส้นทางจราจรสายหลัก ๒ จุด คือ บริเวณแยกควนหนองหงส์ อำเภอชะอวด และแยกบ้านเตาปูน อำเภอจุฬาภรณ์ ซึ่งเมื่อได้มี การเจรจากันแล้วในวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๖ สถานการณ์ได้คลี่คลายลง คงเหลือจุดชุมนุมแห่งเดียว คือ บริเวณแยก ควนหนองหงส์ โดยมีผู้ร่วมชุมนุมจำนวนประมาณ ๒๐๐ คน และในวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๖ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าคลี่คลายสถานการณ์และขอคืนพื้นที่บริเวณแยกควนหนองหงส์ เพื่อเปิดการจราจรให้เป็นปกติได้ในช่วงเช้า ในช่วงบ่ายได้มีกลุ่มชายวัยรุ่นรวมตัวกันปฏิบัติการตอบโต้และปิดล้อมเจ้าหน้าที่ ใช้ก้อนหินขว้างปา ใช้ขวดน้ำมันจุดไฟ และใช้หนังสติ๊ก ยิงหัวน็อตและลูกแก้ว เจ้าหน้าที่ได้ตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาเท่าที่จำเป็นและถอยออกจากจุดปะทะประมาณ ๑๐ กิโลเมตร เพื่อลดการสูญเสีย ผลการปะทะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ ๗๖ นาย บาดเจ็บสาหัส ๔ นาย รถยนต์ถูกไฟไหม้ ๙ คัน และอาวุธปืนสูญหาย ๒ กระบอก ทั้งนี้ การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าวได้พยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าอันจะก่อให้เกิดสถานการณ์รุนแรงบานปลาย และได้ดำเนินการต่อผู้ชุมนุมในกรอบของกฎหมาย เป็นไปตามขั้นตอนและมาตรฐานสากล เพื่อให้เป็นที่ยอมรับได้ของสังคมโดยทั่วไป ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานกันด้วยความเสียสละและย้ำว่า การแก้ไขปัญหาการชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราดังกล่าวต้องใช้ความอดทน ดำเนินการด้วยความละมุนละม่อม และบริหารจัดการให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานสากล รวมทั้งให้เป็นที่ยอมรับของสังคมโดยรวม อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของโลกมี การชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของประเทศ และปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการรับรู้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน ล่าช้า และไม่ทั่วถึง ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานทางด้านเศรษฐกิจ ทุกหน่วยงานควรเร่งชี้แจงข้อมูล ข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสาธารณชนทั่วไปได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องอย่างรวดเร็วและเป็นที่เข้าใจตรงกัน
๒. ให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายวราเทพ รัตนากร) เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการประสานงานกับโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โฆษกประจำกระทรวงต่าง ๆ เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริง ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ เกี่ยวกับมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว ให้สื่อมวลชนและประชาชนได้ทราบอย่างถูกต้อง ทั่วถึง และทันต่อสถานการณ์ต่อไป
๓. ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์บูรณาการการดำเนินงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการบริหารจัดการยางพาราที่อยู่ในสต๊อกให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ ให้ ส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ สนับสนุนการใช้ประโยชน์จากยางธรรมชาติให้เพิ่มมากขึ้น โดยให้แจ้งความจำนงไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
๔. ให้รองนายกรัฐมนตรี (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) และรองนายกรัฐมนตรี (นายยุคล ลิ้มแหลมทอง) รับไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการศึกษาภาพรวมของอุตสาหกรรมยางพาราทั้งระบบ (value chain) เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางพาราในระยะยาวต่อไป
-------------------------
ที่มา: สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
http://www.cabinet.thaigov.go.th