เรื่อง รายงานผลการประชุมระดับผู้นำของแผนงานพัฒนาเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (the Eighth IMT-GT Summit)
8 ก.ค. 2557



เรื่อง รายงานผลการประชุมระดับผู้นำของแผนงานพัฒนาเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (the Eighth IMT-GT Summit)

วันที่มีมติ ๐๘/๐๗/๒๕๕๗

ส่วนราชการเจ้าของเรื่อง นร๑๑

        คณะรักษาความสงบแห่งชาติลงมติ

๑. รับทราบรายงานผลการประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ ๘ ของแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย (The Eighth Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle Summit : IMT-GT) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ โดยประเด็นสำคัญในการประชุม ได้แก่ การรายงานความก้าวหน้าการดำเนินการของแผนงาน IMT-GT ระหว่างปี ๒๕๕๖-๒๕๕๗ ตามที่ผู้แทนรัฐมนตรี IMT-GT เสนอ ความเห็นและข้อเสนอแนะของผู้แทนพิเศษของผู้นำสามประเทศ ได้แก่ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐอินโดนีเซีย นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และนายกรัฐมนตรีไทย รวมทั้งแถลงการณ์ร่วมของการประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ ๘ ของแผนงาน IMT-GT (The Eighth IMT-GT Summit Joint Statement) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ

๒. คณะรักษาความสงบแห่งชาติมีความเห็นเพิ่มเติมในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
๒.๑ การเจรจาหารือและการเข้าร่วมการประชุมกับต่างประเทศในเรื่องต่าง ๆ ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องกำหนดยุทธศาสตร์ในการเจรจาหารือให้ชัดเจนว่าจะเจรจาเรื่องใด อย่างไร โดยให้ถือผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของชาติเป็นหลัก ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามนัยมติคณะรักษาความสงบแห่งชาติเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ และ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ (เรื่อง ข้อสั่งการของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ)
๒.๒ การขยายและยกระดับโครงการเมืองยางพารา (Rubber City) เป็นโครงการระเบียงยางพารา (Rubber Corridor) สมควรเร่งดำเนินการ ซึ่งจะช่วยให้สามารถขยายตลาดยางพาราไปยังภูมิภาคอาเซียนให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น
๒.๓ การจัดทำเมืองสีเขียว (Green City) ประเทศมาเลเซียได้เสนอให้รัฐมะละกาเป็น Green City ส่วนประเทศไทยจะเสนอจังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดนำร่อง อย่างไรก็ตาม เมืองสีเขียวควรจะดำเนินการในทุกจังหวัด จึงขอให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรับไปประสานกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อจัดทำแผนแม่บท (Roadmap) เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพื่อให้แต่ละจังหวัดดำเนินการตามลำดับความสำคัญเร่งด่วนต่อไป
๒.๔ การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เห็นควรดำเนินการ ดังนี้
๒.๔.๑ เส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงแนวพื้นที่เศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor : NSEC) แนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor : EWEC) ให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาเส้นทางดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเป็นการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทั้งนี้ สายทางใดที่เป็นจุดคอขวดและมีปริมาณการจราจรจำนวนมาก ให้เร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๘
๒.๔.๒ ด่านศุลกากรที่สำคัญ ๕ ด่าน ได้แก่ ด่านปาดังเบซาร์ ด่านสะเดา ด่านอรัญประเทศ ด่านแม่สอด และด่านคลองใหญ่ มอบหมายให้รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติรับไปประสานงาน โดยให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการขยายและปรับปรุงด่านศุลกากรที่สำคัญทั้ง ๕ ด่าน อย่างน้อย ๑ ด่าน ให้ทันในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ และที่เหลือภายในเดือนธันวาคม ๒๕๕๘ เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนบริเวณชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น ทั้งนี้ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดระเบียบการจราจรบริเวณด่านศุลกากรแต่ละแห่งให้มีความคล่องตัวด้วย
๒.๕ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณชายแดนไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเรื่องที่สมควรเร่งรัดดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยยึดผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติเป็นหลัก และต้องพยายามหาแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ รวมทั้งข้อจำกัดของกฎหมายและระเบียบหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องด้วย จึงมอบหมายให้กระทรวงการคลังรับไปพิจารณาร่วมกับสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป และให้รายงานผลการดำเนินการให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติทราบเป็นรายไตรมาสด้วย

-------------------------
ที่มา: สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
        http://www.cabinet.thaigov.go.th