บิ๊กกยท.ชี้ราคายางขาขึ้น เปิดตลาด 93 บาท รับฝนชุก-สงคราม


บิ๊กกยท.ชี้ราคายางขาขึ้น เปิดตลาด 93 บาท รับฝนชุก-สงคราม

KEYPOINTS
  • กยท. ชี้แนวโน้มราคายางพาราเป็นขาขึ้น โดยราคาเปิดตลาดยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 93 บาทต่อกิโลกรัม
  • ปัจจัยหนุนหลักมาจากผลผลิตยางที่ลดลงเนื่องจากฝนตกชุก ทำให้เกษตรกรไม่สามารถกรีดยางได้ตามปกติ
  • ความต้องการใช้ยางในอุตสาหกรรมยางล้อและถุงมือยางยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวเป็นอีกแรงหนุน 
นายโกศล บุญคง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากการวิเคราะห์สถานการณ์ราคายางพารารายสัปดาห์ (13-17 กรกฎาคม 2569) กยท.ประเมินว่า ราคายางยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ "Sideway Up" โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการใช้ยางในอุตสาหกรรมยางล้อและถุงมือยางที่ยังอยู่ในระดับสูง ราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูง รวมถึงผลผลิตยางที่ลดลงจากสภาพอากาศฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ขณะที่ยังต้องติดตามความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก สต๊อกยางของจีน และสภาพอากาศที่อาจกระทบต่อการกรีดยางอย่างใกล้ชิด 

 สำหรับการซื้อขายในประเทศ วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ราคาเปิดตลาดยางแผ่นรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 93.00 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 0.80 บาท จากวันก่อนหน้า สะท้อนแรงซื้อที่ยังแข็งแกร่ง แม้จะเข้าสู่ช่วงฤดูฝน

ด้านปริมาณยางที่เข้าสู่ตลาดกลาง 3 แห่ง พบว่า ตลาดกลางยางพาราสงขลา มีปริมาณซื้อขาย 106 ตัน ตลาดกลางยางพารานครศรีธรรมราช 200 ตัน และ ตลาดกลางยางพาราสุราษฎร์ธานี 209 ตัน รวมปริมาณยางทั้ง 3 ตลาดประมาณ 515 ตัน ซึ่งยังอยู่ในระดับไม่สูง สะท้อนผลกระทบจากฝนตกที่ทำให้เกษตรกรเปิดกรีดยางได้ลดลง

 ทั้งนี้ กยท.ประเมินว่า ในช่วงวันที่ 13-17 กรกฎาคม 2569 ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 91.00-94.50 บาทต่อกิโลกรัม เฉลี่ย 92.75 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ยางแผ่นดิบคุณภาพดี (3%) คาดว่าจะอยู่ที่ 86.50-89.50 บาทต่อกิโลกรัม และน้ำยางสดอยู่ที่ 77.50-80.50 บาทต่อกิโลกรัม

ราคายางส่งออกของไทยยังทรงตัวในระดับสูง พิจารณาจากการส่งมอบ เดือนสิงหาคม 2569 ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ยางแผ่นรมควันชั้น 3 (RSS 3) อยู่ที่ 100.66 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ส่งมอบท่าเรือสงขลาอยู่ที่ 100.41 บาทต่อกิโลกรัม ส่วน ยางแท่ง STR 5L อยู่ที่ 90.30 บาทต่อกิโลกรัม (แหลมฉบัง) และ 90.05 บาทต่อกิโลกรัม (สงขลา) ขณะที่ ยางแท่ง STR 20 อยู่ที่ 78.88 บาทต่อกิโลกรัม และ 78.63 บาทต่อกิโลกรัม ตามลำดับ

ส่วนราคาส่งมอบ เดือนกันยายน 2569 ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง โดย RSS 3 อยู่ที่ 100.86 บาทต่อกิโลกรัม ที่ท่าเรือแหลมฉบัง และ 100.61 บาทต่อกิโลกรัม ที่ท่าเรือสงขลา ขณะที่ STR 5L อยู่ที่ 92.30 บาทต่อกิโลกรัม และ 92.05 บาทต่อกิโลกรัม ส่วน STR 20 อยู่ที่ 80.88 บาทต่อกิโลกรัม และ 80.63 บาทต่อกิโลกรัม ตามลำดับ
ด้าน น้ำยางข้น (Latex 60%) ส่งมอบเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 60.10 บาทต่อกิโลกรัม และเดือนกันยายนเพิ่มเป็น 62.10 บาทต่อกิโลกรัม ที่ท่าเรือแหลมฉบัง สะท้อนความต้องการใช้ยางธรรมชาติที่ยังอยู่ในระดับดี
ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้คำนวณราคาส่งออก ประกอบด้วย 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 33.34 บาท, 100 เยน = 20.60 บาท, 1 ริงกิตมาเลเซีย = 8.20 บาท และ 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ = 25.81 บาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ส่งออกยางไทยใช้ประกอบการกำหนดราคาซื้อขายในตลาดโลก

ที่มา https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/663859


















14/07/2026