ราคายางวูบดับฝันชาวสวน หลังแตะ 82 บาท สูงสุดในรอบ 13 ปี


ราคายางวูบดับฝันชาวสวน หลังแตะ 82 บาท สูงสุดในรอบ 13 ปี

ราคายางเริ่มส่งสัญญาณผันผวน ล่าสุดร่วงเหลือ 75 บาท/กก. หลังจากปรับขึ้นแตะ 80-82 บาท/กก. สูงสุดในรอบ 13 ปี ด้านแกนนำตั้งข้อสังเกต แม้ยางสังเคราะห์ขาดแคลนจากวิกฤตสงครามแต่ราคากลับดิ่งลง

ดร.อุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) เปิดเผยว่า ราคายางปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากหลายปัจจัย เช่น ปริมาณน้ำยางสดน้อยจากอากาศร้อน ส่วนภาคใต้ต้นยางอยู่ระหว่างช่วงผลัดใบ ฯลฯ ประกอบกับน้ำมันราคาสูงและขาดแคลนในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดขาดแคลนเศษน้ำมันดิบที่นำมาแปรรูปเป็นยางสังเคราะห์ไม่เพียงพอ

ผลกระทบดังกล่าวได้ส่งผลไปยังอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง เช่น การผลิตล้อยาง ถุงมือยาง ถุงมือทางการแพทย์ ฯลฯ จำเป็นต้องหันมาใช้ยางธรรมชาติทดแทนมากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้นและดันราคาปรับตัวสูงขึ้นตาม

นายทวีศิลป์ ประทีป อุปนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาราคาน้ำยางสดในบางพื้นที่ปรับขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี 2569 ปรับขึ้นทุก ๆ 2 วัน ครั้งละ 1 บาท จนปัจจุบันราคาปรับขึ้นอยู่ที่ประมาณ 80 บาท/กก. นับเป็นราคาที่สูงสุดในรอบ 13 ปี แม้บางช่วงจะทรงตัวบ้างแต่แนวโน้มโดยรวมยังเป็นขาขึ้น และคาดว่าจะปรับตัวดีต่อเนื่อง

“ที่ผ่านมาแนวโน้มยางราคาจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เพราะกว่าสงครามจะคลี่คลาย กว่าโรงกลั่นน้ำมันจะฟื้นฟูเสร็จต้องใช้เวลา ซึ่งราคายางที่เคยแตะถึง 80 บาท/กก. ถือเป็นราคาสูงสุดในรอบ 13 ปี” นายทวีศิลป์กล่าว

ทางด้านเจ้าของสวนยางหมู่ 3 บ้านด่านโลด ต.แม่ขรี อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาราคาน้ำยางสดได้ทยอยปรับขึ้นวันละ 1 บาท และทรงตัวมาตั้งแต่ต้นปี 2569 จนแตะระดับ 81-82 บาท/กก. ในช่วงกลางเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา แต่ล่าสุด (วันที่ 20 เมษายน 2569) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 75 บาท/กก. เท่านั้น

ขณะที่นายทสพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย (คยปท.) และอุปนายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยท.) ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การปรับตัวลดลงของราคายางยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม แม้ปริมาณน้ำยางในตลาดจะมีจำกัด และยางพารายังเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น ล้อยาง ถุงมือยาง และผลิตภัณฑ์จากยาง

ทั้งนี้ยางสังเคราะห์หรือยางเทียมซึ่งผลิตจากน้ำมันดิบจะต้องใช้ควบคู่กับยางธรรมชาติ แต่จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางโรงกลั่นน้ำมันได้รับผลกระทบ ทำให้วัตถุดิบยางสังเคราะห์มีแนวโน้มขาดแคลน ควรเป็นปัจจัยสำคัญให้หันมาใช้ยางธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น

ที่มา https://www.prachachat.net/local-economy/news-1995809


















30/04/2026