CPCRT เดินหน้าคาร์บอนเครดิต T-VER ดันสวนยางลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 1 แสนตัน
KEYPOINTS
- อบก. เห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนโครงการคาร์บอนเครดิต T-VER ในสวนยางพาราของเจริญโภคภัณฑ์การเกษตร (CPCRT) เป็นโครงการที่ 3
- โครงการครอบคลุมพื้นที่สวนยางใน จ.อุทัยธานีและนครพนม คาดว่าจะสามารถลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้รวม 101,801 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในระยะเวลา 7 ปี
- มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของเครือซีพี พร้อมสร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรจากการขายคาร์บอนเครดิต
นายเกรียงไกร วัฒนาสว่าง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด ?ธุรกิจพืชครบวงจรข้างขนส่งและบริการ?เครือเจริญโภคภัณฑ์?(ซีพี) เปิดเผยภายหลังจากที่คณะกรรมการฯ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. มีมติเห็นชอบให้ขึ้นทะเบียน “โครงการกักเก็บและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสวนยางพารา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครพนม ตามมาตรฐานของประเทศไทย (Standard T-VER) ประเภทการลด ดูดซับ และการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากภาคป่าไม้และการเกษตร (FOR&AGI)
ล่าสุดได้ผ่านการขึ้นทะเบียนเป็นโครงการที่? 3 ที่ได้ดำเนินโครงการในพื้นที่เกษตรกรจำนวน 3,409.35 ไร่ มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ 14,543 ตัน/ปี ระยะเวลาคิดเครดิตของโครงการ 7 ปี (20 มิถุนายน 2568 - 19 มิถุนายน 2575) คาดการณ์คาร์บอนเครดิต 7 ปี รวม 101,801 ตันคาร์บอนไดออกไซด์หรือเทียบเท่า)
โดยที่ผ่านมาจากนโยบาย นายประสิทธิ์ ดำรงชิตานนท์ รองประธานกรรมการ ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ ได้ให้การสนับสนุนธุรกิจยางพาราครบวงจร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด ร่วมมือกับธุรกิจคาร์บอนเครดิต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด และสำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ดำเนินโครงการฯดังกล่าว?ของธุรกิจฯ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความรับผิดชอบต่อสังคมในการลดผลกระทบจากการเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในปัจจุบัน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2030 และคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2050 ตามเป้าหมายเครือเจริญโภคภัณฑ์?นั้น?
ที่ผ่านมา?บริษัทเจริญโภคภัณฑ์การเกษตร? ดำเนินโครงการดังกล่าวในเริ่มตั้งแต่ปี? 25567-2568 จำนวน? 3 โครงการ รวมพื้นที่? 7,774.25 ไร่ คิดเป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้รวม 33,207 tCO2eq/year. ประกอบด้วย โครงการที่ 1 โครงการกักเก็บและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสวนยางพารา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด จังหวัดเลย พื้นที่ 3,400.35 ไร่ มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ 14,535 ตัน/ปี ระยะเวลาคิดเครดิตของโครงการ 7 ปี (5 เมษายน 2567 - 4 เมษายน 2574) คาดการณ์คาร์บอนเครดิต 7 ปี รวม 101,745 ตัน
โครงการที่ 2 โครงการการกักเก็บและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสวนยางพารา บริษัท?เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด?จังหวัดเลย โครงการ 1/2568?พื้นที่? 964.55 ไร่ มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ 4,129 ตัน/ปี ระยะเวลาคิดเครดิตของโครงการ 7 ปี (6 พฤษภาคม 2568 - 5 พฤษภาคม 2575) คาดการณ์คาร์บอนเครดิต 7 ปี รวม 28,903 ตัน
ล่าสุดโครงการที่ 3 เป็นโครงการกักเก็บและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสวนยางพารา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครพนม พื้นที่? 3,409.35 ไร่ มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ 14,543 ตันต่อปี ระยะเวลาคิดเครดิตของโครงการ 7 ปี (20 มิถุนายน 2568 - 19 มิถุนายน 2575) คาดการณ์คาร์บอนเครดิต 7 ปี รวม 101,801 ตัน
สำหรับปี? 2569 ธุรกิจยางพาราครบวงจร บริษัทเจริญโภคภัณฑ์การเกษตรจำกัด มีเป้าหมายร่วมกับ ธุรกิจคาร์บอนเครดิต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ขยายผลการดำเนินโครงการฯ? ในพื้นที่เป้าหมาย?ของเกษตรกรเครือข่าย? พื้นที่? 10,000 ไร่ และในอนาคตธุรกิจคาร์บอนเครดิต?มีเป้าหมาย?ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย?(กยท.) เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวในพื้นที่ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทยต่อไป
นอกจากนี้นายเกรียงไกรกล่าวเพิ่มเติมว่า? ที่ผ่านมาธุรกิจยางพาราครบวงจร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด ได้ดำเนินงาน?ธุรกิจยางพาราในรูปแบบครบวงจร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยบริษัทฯ เล็งเห็นปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ( Climate Change) เกิดสภาวะโลกร้อนไปทั่วโลกศักยภาพด้านการดูดซับและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกของต้นยางพารา
นอกเหนือจากการผลิตยางธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ไม้ยางพารา โดยศักยภาพดังกล่าวถือเป็นผลพลอยได้นำมาใช้ประโยชน์สามารถสร้างรายได้เสริมเพิ่มจากอาชีพหลักเกิดความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา โดยบริษัทฯเป็นผู้ดำเนินการโครงการ? และการลงทุนทั้งหมดให้กับเกษตรกรจนถึงผ่านการขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และแบ่งปันผลประโยชน์จากการขายคาร์บอนเครดิตให้เกษตรกรตามเงื่อนไขข้อตกลง
บริษัทฯได้มีเป้าหมายที่จะพัฒนาธุรกิจอย่างเป็นระบบครบวงจรเพื่อให้เกิดรายได้ที่ดีเกิดความยั่งยืนแก่เกษตรกรสวนยางพาราในเครือข่ายของธุรกิจ โดยให้ความสำคัญในการทำธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยได้ดำเนินการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรที่ขายยางพาราให้แก่บริษัทฯ ว่ามีการครอบครองที่ดิน และกระบวนการผลิตถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้แน่ใจว่าผลผลิตจากสวนยางพาราที่นำส่งให้บริษัทฯไม่ได้บุกรุกทำลายป่า สามารถตรวจสอบย้นกลับ? สอดคล้องกับมาตรฐาน? European Union Deforestation Regulation (EUDR) กฎระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป หรือ?และมาตรฐาน Forest Stewardship Council (FSC)สภาการจัดการป่าไม้การรับรอง (Certify)ผลิตภัณฑ์ไม้ กระดาษ และบรรจุภัณฑ์ ว่ามาจากป่าไม้ที่ได้รับการจัดการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ยังได้พัฒนาธุรกิจต้นน้ำเกษตรกรสมาชิกโครงการฯ ให้มีรายได้เสริมจากอาชีพหลักจากการขายคาร์บอนเครดิตในสวนยางพารา สอดคล้องตามหลัก 3 ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น? เกษตรกรมีรายได้เสริมเพิ่มจากการขายคาร์บอนเครดิตจากอาชีพหลัก ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจเกิดความยั่งยืน ให้ความสำคัญต่อเศรษฐกิจ? สังคม และสิ่งแวดล้อมในชุมชน? ตามนโยบายและเป้าหมายของเครือเจริญโภคภัณฑ์?ในการก้าวสู่เป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality 2030) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
ที่มา https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/650832