ศุภจี นำทัพทีมรัฐ-เอกชน บุกมุมไบ เปิดตลาดวัสดุก่อสร้าง หนุนห่วงโซ่อุปทานสีเขียว
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-อินเดีย จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจในกลุ่มวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างและตกแต่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำผู้ประกอบการไทย 17 ราย พบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการอินเดียกว่า 50 ราย หวังต่อยอดการค้า การลงทุน และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานสีเขียวร่วมกัน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมกิจกรรมสร้างเครือข่ายธุรกิจไทย-อินเดีย ณ โรงแรม St. Regis เมืองมุมไบ โดยผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วม ว่า อินเดียเป็นประเทศที่ตนเดินทางมาอย่างต่อเนื่องและเห็นถึงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนถึงเศรษฐกิจอินเดียที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งภายใต้นโยบายเศรษฐกิจที่มั่นคง และได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก
ไทยและอินเดียเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตทางทะเลติดต่อกันในทะเลอันดามัน ความสัมพันธ์ระหว่างกันจึงควรถูกมองในฐานะ “ฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงถึงกัน” โดยทั้งสองประเทศมีโครงสร้างเศรษฐกิจที่เกื้อกูลกัน ไทยนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมจากอินเดีย อาทิ อัญมณีและเครื่องประดับ วัตถุดิบทางเภสัชกรรม ชา และเครื่องเทศ ขณะเดียวกัน วัตถุดิบสำคัญจากไทยก็ถูกนำไปแปรรูปต่อ เพิ่มมูลค่า และสร้างการจ้างงานในอินเดีย
“ในปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับอินเดียอยู่ที่ประมาณ 1.65 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยราวร้อยละ 15 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยไทยเป็นหนึ่งใน 5 แหล่งสำคัญของสินค้าขั้นกลางสำหรับอุตสาหกรรมอินเดีย โดยเฉพาะยางพาราและน้ำมันปาล์ม ขณะที่การส่งออกส่วนผสมอาหาร และอาหารสัตว์เลี้ยงจากไทยไปอินเดียก็ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ” นางศุภจีกล่าว
นอกจากนี้ ทิศทางการเติบโตใหม่ของภาคอุตสาหกรรมไทยมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของอินเดีย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เทคโนโลยี AI การค้าดิจิทัล อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงการพัฒนาไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพ (Medical Hub) ซึ่งสามารถต่อยอดความร่วมมือและเติมเต็มซึ่งกันและกันได้
สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้นำผู้ประกอบการไทย 17 ราย ในกลุ่มวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ วัสดุก่อสร้างจากยางพารา ผลิตภัณฑ์ไม้สำหรับปูพื้น ผนัง และประตู เคหะสิ่งทอ ระบบทำความเย็นและความร้อนประหยัดพลังงาน พลังงานแสงอาทิตย์ เฟอร์นิเจอร์สำหรับโรงแรม รวมถึงอุปกรณ์และระบบด้านสุขภาพ เข้าร่วมเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการอินเดียกว่า 50 ราย ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคม CREDAI, Maharashtra Chamber of Housing Industry (CREDAI-MCHI) และสมาพันธ์อุตสาหกรรมแห่งอินเดีย (Confederation of Indian Industry : CII)
นางศุภจีระบุอีกว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทั้งสองประเทศไม่อาจมองข้ามคือ “ความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม” ซึ่งไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่ทุกภาคอุตสาหกรรมต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง เพื่อคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต การจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจในครั้งนี้จึงเป็นการเริ่มต้นปีด้วยความร่วมมือที่สำคัญ และเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย-อินเดียให้เติบโตอย่างยั่งยืน
“หากต้องการไปให้ไกลและไปให้เร็ว เราจำเป็นต้องจับมือเดินไปด้วยกัน อินเดียคือหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของไทย และการเติบโตของเราจะต้องเป็นการเติบโตร่วมกันบนพื้นฐานของผลประโยชน์ที่เกื้อกูลระหว่างกันและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” นางศุภจีกล่าว
ที่มา https://www.prachachat.net/economy/news-1947648