ยางราคาดิ่ง-ผันผวน “เฉลิมชัย” นั่งไม่ติด เรียกประชุมด่วน 9 พ.ย.


การยางแห่งประเทศไทย ย้ำราคายางพาราปรับตัวตามกลไกตลาด จากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ชี้โครงการประกันรายได้ฯ เพื่อช่วยประกันความเสี่ยงด้านรายได้ของชาวสวนยางหากราคายางลง ขอให้เชื่อมั่น กยท. ยังคงดูแลยางพาราทั้งระบบทุกภาคส่วน ชี้ปัญหาหลัก ลงทุนต่างประเทศเกิดการเทขายเพื่อเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้า เรียกหน่วยงานหารือ จันทร์ 9 พ.ย.

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ราคายางพารามีการปรับตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนถึงปลายตุลาคมที่ผ่านมา เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 54 บาท/กก. เป็น 82 บาท/กก. เพิ่มขึ้นประมาณ 28 บาท/กก. โดยปัจจัยมาจากในช่วงดังกล่าวผู้ซื้อในประเทศเร่งซื้อยางเพื่อส่งมอบตามสัญญา ประกอบกับความต้องการใช้ยางในประเทศสูง

ขณะที่ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย เนื่องจากประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติต่างได้ผลกระทบจากพายุโซเดล และ โมลาเบ กระทั่งราคายางพาราเริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่วันที่28ต.ค เป็นต้นมา จนเริ่มทรงตัวในขณะนี้ เป็นผลจากนักลงทุนต่างประเทศเกิดการเทขายเพื่อเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้า

อีกทั้งการแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID -19) ระลอกใหม่ หลายประเทศประกาศล็อกดาวน์อีกครั้ง ส่งผลต่อการส่งออกยางพารา รวมถึงเริ่มเข้าสู่ฤดูผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาด

ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 6 พ.ย. 63 ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 ปิดตลาดราคาเฉลี่ยที่ 61.48 บาท/กก. ซึ่งถือว่าอยู่ในช่วงทรงตัวของราคา อย่างไรก็ตามในส่วนนี้รัฐบาลได้สั่งการให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เข้าดูแล ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

นายณกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง เป็นมาตรการหนึ่งของรัฐบาลที่เน้นช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางโดยการประกันความเสี่ยงเรื่องรายได้ ซึ่งราคาประกันที่โครงการกำหนดไว้ คือ ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ราคา 60 บาท/กก. น้ำยางสดราคา 57 บาท/กก. และยางก้อนถ้วย (DRC 50%) ราคา 23 บาท/กก.

ทั้งนี้ เกษตรกรชาวสวนยางต้องขึ้นทะเบียนกับ กยท. ก่อน 15 พฤษภาคม 63 มีสวนยางเปิดกรีดแล้ว อายุยาง 7 ปีขึ้นไป รายละไม่เกิน 25 ไร่ โดยจะได้รับเงินประกันรายได้นอกเหนือจากการขายยาง ตั้งแต่ ตุลาคม 63 – มีนาคม 64

โดย กยท. เป็นหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในนามรัฐบาลมีบทบาทหน้าที่ดูแลยางพาราทั้งระบบ ครอบคุมทั้ง เกษตรกรชาวสวนยาง สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยาง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID -19) โดยทุกหน่วยต่างมีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกัน รัฐบาลจะต้องเข้าไปดูแลและแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงในสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เร่งจัดการประชุมหารือเพื่อกำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบแก่เกษตรกรชาวสวนยางอย่างเร่งด่วน ในวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน นี้ โดยเชิญตัวแทนจากกรมการค้าภายใน สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า กรมวิชาการเกษตร การยางแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุม

ที่มา https://www.prachachat.net/economy/news-552039


















08/11/2020