คมนาคม-เกษตร เตรียมเซ็น MOU จัดซื้อน้ำยางพาราใช้หุ้มแบริเออร์และทำหลักนำทาง


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 มิ.ย.พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธี ลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการจัดซื้อน้ำยางพาราจากเกษตรกรชาวสวนยางผ่านสหกรณ์การเกษตร

สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 พ.ค.อนุมัติ ให้กระทรวงการคลังดำเนินการปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดขอบเขตวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน พ.ศ. 2563 โดยเพิ่มเติมแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier : RFB) และหลักนำทางยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) เป็นพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราตามนโยบายรัฐบาลในโครงการส่งเสริมการใช้ยางพาราของภาครัฐ โดยเป็นการจัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง และสร้างเสถียรภาพในการใช้ยางพารา

กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ทดสอบด้านมาตรฐานความปลอดภัยของ กำแพงคอนกรีตหรือแบริเออร์หุ้มยางพาราและหลักนำทางยางพารา ว่าเป็นอุปกรณ์ ที่ช่วยลดแรงกระแทกและลดสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุลง โดยหลักนำทางยางพาราจะลดแรงกระแทบของมอเตอร์ไซด์ได้ ส่วนแบริเออร์หุ้มยางพารา จะใช้แทนเกาะกลางถนน โดยไม่มีการทุบแบริเออร์คอนกรีตที่มีอยู่เดิม เป็นการนำมาใช้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางทางถนนมากขึ้น โดยมีการศึกษาร่วมกับม.สงขลานครินทร์และผ่านการทดสอบแล้ว สามารถรับแรงกระแทกจากรถยนต์ได้สูงสุดถึง 120-130 กม./ชม. และไม่เกิดปรากฎการณ์กำแพงระเบิดแล้วพุ่งไปชนกับรถอีกเลนหนึ่ง และรถที่ชนกับแบริเออร์หุ้มยางพารา จะไม่พลิกคว่ำ โดยจะนำมาใช้กับถนนที่มีขนาดตั้งแต่ 4 เลนขึ้นไป และจะเริ่มดำเนินการในพื้นที่ที่ยังไม่มีเกาะกลางถนนก่อน ส่วนถนนอื่นๆที่มีเกาะกลางอยู่แล้ว ก็จะไม่มีการรื้อของเดิมออกแต่อย่างใด

แนวทางการใช้ยางพารา ผลิตเป็นหลักนำทางและแบริเออร์นั้น จะเพิ่มเม็ดเงินให้กับเกษตรกรได้มากกว่าเดิมที่ใช้ยางพาราผสมในวัสดุก่อสร้างปูผิวถนน แบบพาราแอสฟัลต์ติกคอนกรีต (PARA AC) คือนำยางผสม 5% โดยคำนวณจากงบประมาณผลิต ที่ 100 บาท เกษตรกรจะได้รับเงินจากค่ายางพาราเพียง 5.1% ในขณะที่นำไปผลิตเป็นแบริเออร์หุ้มยางพารา เกษตรกรจะได้รับเงินถึง 70.94% (บาท) หากผลิตหลักนำทาง เกษตรกรจะได้รับเงิน 74.01%(บาท)

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม ได้ตั้งเป้าหมายในการจัดสรรงบประมาณ เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างแบริเออร์หุ้มยางพารา ( RFB) ในระยะ 3 ปี (2563-2565) ระยะทาง รวม 12,282.74 กม. วงเงินดำเนินการรวม 40,545.308 ล้านบาท แบ่งเป็นปี 2563 ดำเนินการ 250 กม. วงเงิน 825.250 ล้านบาท ปี 2564 จำนวน 5,742.81 กม. วงเงิน 18,957.019 ล้านบาท และปี 2565 จำนวน 6,289.92 กม. วงเงิน 20,763.039 ล้านบาท โดยตลอด 3 ปี เกษตรกรจะได้รับเงินประมาณ 28,763.095 ล้านบาท

ส่วนหลักนำทางยางพารา (RGP) เป้าหมายดำเนินการ 3 ปี (2563-2565) รวม1,063,381 ตัน วงเงินดำเนินการรวม 1,818.382 ล้านบาท แบ่งเป็น ปี 2563 สร้างเสาหลักนำทาง 289,365 ต้น วงเงิน 494.814 ล้านบาท ปี 2564 จำนวน 334,452 ต้น วงเงิน 571.913 ล้านบาท และปี 2565 จำนวน 439,564 ต้น วงเงิน 751.654 ล้านบาท และตลอดระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี เกษตรกรจะได้รับเงินประมาณ 1,345.368 ล้านบาท

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq03/3131964






10/06/2020

สถาบันพลาสติก

อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน 86/6 ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพ 10110
โทร 0 2391 5340-3
โทรสาร 0 2712 3341
Email riu@thaiplastics.org
Website www.thaiplastics.org

แผนที่สถาบันพลาสติก

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม

75/6 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท
เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร 0 2202 4383
Website www.oie.go.th

แผนที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม