โรงเลื่อย-โรงอบตรังเด้งรับมติครม. ตั้ง”นิคมนวัตกรรมแปรรูปไม้ยาง”2หมื่นล.เมืองคอน


กลุ่มโรงเลื่อย และโรงอบไม้ ส.อ.ท.เด้งรับหลักการ ครม.สัญจร จัดสร้าง “นิคมอุตสาหกรรมนวัตกรรมแปรรูปไม้ยางพารา” พร้อมตั้งคณะทำงานศึกษา คาดลงทุนขั้นแรกประมาณ 1,200 ล้านบาท หากมีการดำเนินการก่อสร้างเต็มรูปแบบ มูลค่าการลงทุนพุ่งขึ้นไปถึง 18,000 ล้านบาท เผยล่าสุดมีนักลงทุนชาวจีนสนใจมาลงทุน ล่าสุดตรังหาพื้นที่ไม่ได้ต้องย้ายไปสร้างที่นครศรีธรรมราชแทน

นายอดิศร ตันเองชวน ประธานกลุ่มโรงเลื่อย และโรงอบไม้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางกลุ่มโรงเลื่อยและโรงอบไม้ได้ขอให้รัฐบาลจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมนวัตกรรมแปรรูปไม้ยางพารา วงเงินลงทุน 1,200 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหายางพาราตกต่ำ และแก้ปัญหาการส่งออกไม้ยางพารา โดยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการ และให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินงาน

ดังนั้นทางกลุ่มโรงเลื่อยและโรงอบไม้จึงได้มีการประชุม และตั้งคณะทำงานกลุ่มผู้ประกอบการโรงงานไม้ยางพาราในจังหวัดตรัง และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อศึกษาจัดหาพื้นที่การก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม ดังกล่าว ทั้งนี้ ปัจจุบันมีนักลงทุนจากประเทศจีนให้ความสนใจที่จะมาร่วมลงทุนด้วยแล้ว คาดว่าเมื่อสร้างเต็มรูปแบบแล้วจะมีมูลค่าถึง 18,000 ล้านบาท

“โดยคณะทำงานที่ได้รับการแต่งตั้ง และได้รับมอบหมายจะไปเสาะหาพื้นที่และพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจถึงความจำเป็นและประโยชน์ที่จะได้รับ เป็นการป้องกันความเข้าใจผิดจนอาจจะเกิดปัญหามวลชนตามมาได้ เบื้องต้นพิจารณาพื้นที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดตรังเป็นหลัก เนื่องจากจังหวัดตรังเป็นเมืองต้นกำเนิดยางพารา และมีทรัพยากรไม้ยางพาราจำนวนมากเพียงพอที่จะป้อนโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวได้"

โดยจังหวัดตรังมีพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งสิ้นประมาณ 1.6 ล้านไร่ เป็นพื้นที่กำลังเปิดกรีดประมาณ 1.3 ล้านไร่ หากสร้างนิคมอุตสาหกรรมเสร็จ จะทำให้ไม้ยางพาราจากจังหวัดตรัง ที่ชาวสวนยางตัดโค่นจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาก แต่ก็อาจจะไม่เพียงพอ ต้องมีการสั่งจากจังหวัดใกล้เคียงทั้ง 14 จังหวัดในภาคใต้ด้วย

แต่ล่าสุดปรากฏว่าการจัดการหาพื้นที่เดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ประมาณ 5,000 ไร่ ใจจ.ตรัง ติดเป็นที่ดินของเอกชน ซึ่งมีมูลค่าที่สูงมากเกินกำลังที่จะลงทุนได้

ดังนั้น รัฐบาลจึงให้หาพื้นที่ใหม่ที่เป็นพื้นที่ของทางราชการ ในที่สุดคณะทำงานจึงมีมติให้ย้ายไปสร้างที่จังหวัดนครศรีธรรมราชแทน โดยได้พื้นที่ของการยางแห่งประเทศไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวนกว่า 1,000 ไร่ ดำเนินการก่อสร้างแทนที่จะสร้างในพื้นที่จังหวัดตรัง ขณะนี้ได้บรรลุข้อตกลงกันเรียบร้อยแล้ว” นายอดิศรกล่าว

นายอดิศรกล่าวต่อไปว่า ในส่วนของนวัตกรรมแปรรูปไม้ยางพารานั้น จะมีการแปรรูปไม้ยางแบบสำเร็จรูป พร้อมออกจำหน่าย โดยปกติโรงงานไม้ยางพาราจะส่งออกเพียงไม้ยางพาราที่ยังไม่สำเร็จรูปไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนซึ่งเป็นลูกค้าหลัก เพื่อนำไม้ยางพาราไปผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์อีกครั้ง

หากมีการสร้างนิคมอุตสาหกรรมนวัตกรรมแปรรูปไม้ยางพาราขึ้นจะลดขั้นตอนได้มาก นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์จากไม้ยางพาราได้เป็นอย่างดี ทำให้เกษตรกรมีรายได้จากการขายไม้ยางพาราเนื่องจากราคาจะสูงขึ้น ซึ่งในปัจจุบันราคาค่อนข้างจะต่ำ

“ผมอยากทำความเข้าใจนิคมอุตสาหกรรมนวัตกรรมแปรรูปไม้ยางพารานั้น ไม่ได้สร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อม เป็นเพียงโรงงานผลิตและออกแบบเฟอร์นิเจอร์จากไม้ยางพาราเท่านั้น ไม่มีลักษณะเป็นโรงเลื่อยไม้ยางพาราแต่อย่างใด การก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมนวัตกรรมแปรรูปไม้ยางพารา นอกจากจะแก้ปัญหาการส่งออกไม้ยางพาราแล้ว ยังเกิดการจ้างงานในพื้นที่อีกด้วย นับว่าส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและรายได้ของประชาชนชาวใต้”


ที่มา: https://www.prachachat.net/local-economy/news-237235?fbclid=IwAR3pO4pA2VG-mccxzAlMlvcTWYXI3f-JzgPZfouPwNFXBuRKbBwFLBSV-Io






19/10/2018

สถาบันพลาสติก

อาคารสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมสนับสนุน 86/6 ซอยตรีมิตร ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพ 10110
โทร 0 2391 5340-3
โทรสาร 0 2712 3341
Email riu@thaiplastics.org
Website www.thaiplastics.org

แผนที่สถาบันพลาสติก

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม

75/6 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท
เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทร 0 2202 4383
Website www.oie.go.th

แผนที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม